UNDRR คืออะไร? รู้จัก United Nations Office for Disaster Risk Reduction และการประยุกต์ใช้ในไทยในโลกที่ภัยพิบัติทั้งน้ำท่วม ไฟไหม้ ภัยแล้ง พายุ และโรคระบาดเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้น การ “ป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า” ไม่ใช่เรื่องของรัฐอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นเกมชีวิตของเมือง อุตสาหกรรม และธุรกิจทุกขนาดunited-nations-office-for-disaster-risk-reduction-undrr

UNDRR คืออะไร? รู้จัก United Nations Office for Disaster Risk Reduction และการประยุกต์ใช้ในไทย

หนึ่งในองค์กรระดับโลกที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจังคือ United Nations Office for Disaster Risk Reduction (UNDRR) สำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน ยกระดับมาตรฐาน และผลักดันนโยบายด้าน Disaster Risk Reduction (DRR) ทั่วโลก
‍

บทความนี้จะพาไปรู้จัก UNDRR, กรอบแนวคิดสำคัญอย่าง Sendai Framework 2015–2030, และเชื่อมโยงว่าธุรกิจ / เมือง / โรงงานในไทยสามารถใช้แนวคิดเดียวกันร่วมกับเทคโนโลยี AI & IoT อย่าง ASAP Platform ของ Canal One เพื่อทำให้คนปลอดภัยขึ้น ธุรกิจฉลาดขึ้น และสิ่งแวดล้อมตอบสนองได้มากขึ้นได้อย่างไร

UNDRR คืออะไร?

United Nations Office for Disaster Risk Reduction (UNDRR) เป็นหน่วยงานในสังกัดเลขาธิการสหประชาชาติ ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 เพื่อเป็น “จุดศูนย์กลาง” ของระบบ UN ในการประสานงานเรื่องการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทั่วโลก (Disaster Risk Reduction DRR)

บทบาทหลักของ UNDRR ได้แก่

  • ทำหน้าที่เป็น focal point ของ UN ในการประสานงานเรื่อง DRR กับหน่วยงาน UN อื่นๆ และองค์กรภูมิภาคต่างๆ
  • สนับสนุนการดำเนินงานและติดตามผลการใช้ Sendai Framework for Disaster Risk Reduction 2015–2030 ซึ่งเป็นกรอบนโยบายระดับโลกด้าน DRR
  • ทำงานร่วมกับรัฐบาล ภาคเอกชน เมือง นักวิทยาศาสตร์ และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันให้ทุกภาคส่วนลงทุนใน “การลดความเสี่ยง” ไม่ใช่แค่ “การรับมือเมื่อเกิดเหตุ”
  • จัดเวทีสำคัญอย่าง Global Platform for Disaster Risk Reduction เพื่อติดตามความคืบหน้าและแลกเปลี่ยน best practices ระดับโลก

ปัจจุบัน UNDRR มีสำนักงานหลักที่เจนีวา และมีสำนักงานประจำภูมิภาค 5 แห่ง รวมถึง สำนักงานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กรุงเทพฯ ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับประเทศในภูมิภาคนี้โดยตรง

‍

Sendai Framework 2015–2030: แผนแม่บทโลกด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

เมื่อพูดถึง UNDRR จะขาด Sendai Framework for Disaster Risk Reduction 2015–2030 ไม่ได้เลย

กรอบเซนไดคือข้อตกลงระดับโลกที่ให้ประเทศสมาชิกมี “พิมพ์เขียวร่วมกัน” ในการลดความเสี่ยงและความสูญเสียจากภัยพิบัติ ภายในช่วงปี 2015–2030 โดยมีเป้าหมายหลักคือ

ลดความเสี่ยงและการสูญเสีย ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน สุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของผู้คน ชุมชน และประเทศต่างๆ อย่างมีนัยสำคัญ

‍

4 เสาหลัก (Priorities for Action) ของ Sendai Framework

        1. Understanding Disaster Risk – เข้าใจความเสี่ยงให้ลึกก่อนเน้นการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยง ทั้งด้านอันตราย (hazard) ความเปราะบาง (vulnerability) การเปิดรับความเสี่ยง (exposure) และศักยภาพในการรับมือ

  1. Strengthening Disaster Risk Governance – เสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านความเสี่ยงต้องมีนโยบาย กฎหมาย โครงสร้างองค์กร และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่ชัดเจน
  2. Investing in Disaster Risk Reduction for Resilience – ลงทุนใน “การลดความเสี่ยง” เพื่อสร้างความยืดหยุ่นตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ระบบเตือนภัยล่วงหน้า ไปจนถึงเทคโนโลยีและระบบข้อมูล‍
  3. Enhancing Disaster Preparedness & “Build Back Better” – เตรียมพร้อมรับมือ และฟื้นฟูให้ดีกว่าเดิม
    ไม่ใช่แค่ซ่อมกลับให้ “เหมือนเดิม” แต่ใช้โอกาสการฟื้นฟูเพื่อออกแบบให้ปลอดภัยและยั่งยืนกว่าเดิม

มากกว่า 155 ประเทศ ใช้ระบบ Sendai Framework Monitor ในการรายงานความคืบหน้าด้าน DRR และเชื่อมโยงกับเป้าหมาย SDGs โดยเฉพาะ SDG 1 (No Poverty), SDG 11 (Sustainable Cities) และ SDG 13 (Climate Action)

‍

ทำไม UNDRR และ DRR สำคัญกับธุรกิจไทย เมือง และนิคมอุตสาหกรรม

สำหรับไทยและอาเซียน ภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทั้งน้ำท่วม พายุ ไฟไหม้โรงงาน เหตุสารเคมีรั่วไหล ไปจนถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในอีกด้านหนึ่ง อาเซียนเองกำลังเติบโตเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก โดยตลาดการผลิตอาเซียนคาดว่าจะเติบโตถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2029

นี่แปลว่า

  • ความเสี่ยงหยุดการผลิต 1 ครั้ง อาจหมายถึงความเสียหายระดับประเทศ
  • เมือง โรงงาน และนิคมต้องคิดแบบ UNDRR คือ “ลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นน้ำ วางระบบ ลงทุนในเทคโนโลยีป้องกันล่วงหน้า”
  • DRR จึงไม่ใช่งาน CSR แต่เป็น กลยุทธ์ธุรกิจและความต่อเนื่องในการดำเนินงาน (Business Continuity)


4 แนวคิดจาก UNDRR ที่องค์กรสามารถเริ่มใช้ได้เลย

1) ทำให้ “ความเสี่ยง” กลายเป็นข้อมูลที่มองเห็นได้

ตามกรอบ UNDRR การเข้าใจความเสี่ยงเริ่มจากข้อมูลที่ดี

องค์กรสามารถเริ่มจาก:

  • ทำ Risk Mapping ของโรงงาน/เมือง: จุดเสี่ยงไฟไหม้ น้ำท่วม สารเคมี พื้นที่ลับตาคน
  • รวมข้อมูลจาก CCTV, Sensor, IoT, ระบบเตือนภัย, ข้อมูลสภาพอากาศ ให้อยู่บน dashboard กลาง
  • ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผิดปกติ เช่น คนล้ม, ไม่ใส่ PPE, ควันหรือเปลวไฟผิดปกติ, ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน

นี่คือจุดที่การมี แพลตฟอร์ม AI อย่าง ASAP ของ Canal One เข้ามาเชื่อมต่อกับระบบเดิม สามารถช่วยยกระดับจากการ “เฝ้าดูด้วยคน” เป็น “เฝ้าระวังด้วย AI + คนตัดสินใจขั้นสุดท้าย”


2) สร้าง Governance ด้านความปลอดภัยให้ชัด ไม่ใช่แค่มีคู่มือ แต่ต้องมีระบบ

UNDRR เน้นอย่างมากเรื่อง Disaster Risk Governance จะลดความเสี่ยงได้ ต้องมีบทบาท หน้าที่ และขั้นตอนที่ชัดเจน ตั้งแต่ระดับชาติลงมาถึงองค์กรและชุมชน

สำหรับองค์กร/เมือง สามารถเริ่มได้จาก:

  • กำหนด SOP ความปลอดภัย ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การตรวจจับ → แจ้งเตือน → ตัดสินใจ → เข้าระงับเหตุ → รายงานผล
  • กำหนด Owner ของแต่ละขั้นตอน ว่าใครต้องทำอะไร เมื่อไหร่ และภายในกี่นาที
  • เชื่อม SOP เข้ากับระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ เช่น วิทยุสื่อสาร, LINE OA, แอป, สัญญาณไฟ+เสียงเตือน, API ไปยังระบบอื่น

ด้วยแนวคิด Automated Incident Response และ Compliance Monitoring ASAP ของ Canal One สามารถช่วย

  • ผูกกฎ (Rules) และ SOP เข้ากับเหตุการณ์ เช่น พบควัน → แจ้งหน่วยความปลอดภัย + สั่งเปิดเสียงเตือน + ส่งภาพเหตุการณ์ล่าสุด
  • เก็บ Log และทำ รายงาน Compliance อัตโนมัติ ไว้ใช้ตรวจสอบย้อนหลังหรือนำเสนอต่อหน่วยงานกำกับดูแล
3) ลงทุนในเทคโนโลยี “ป้องกันก่อน” มากกว่าการ “กู้หลังเกิดเหตุ”

หนึ่งในเสาหลักของ Sendai Framework คือการ ลงทุนใน Disaster Risk Reduction เพื่อสร้าง Resilience ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยซ่อมเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์แนวคิดนี้ เช่น

  • ระบบ AI Smoke & Fire Detection, Fall Detection, Intruder Detection, License Plate Recognition ที่ทำงานแบบ Real-time
  • ระบบ Environment Monitoring เช่น การตรวจวัดระดับน้ำ อุณหภูมิ คุณภาพอากาศ พลังงาน ที่ผูกกับระบบเตือนล่วงหน้า
  • การใช้ Smart Drone / Smart Robot สำหรับพื้นที่เสี่ยงสูง เช่น คลังสารเคมี ท่อส่งน้ำมัน โรงงานพลังงาน เพื่อสำรวจและตอบโต้เหตุอัตโนมัติ

แนวทางของ Canal One คือการใช้ AI + IoT + Edge Computing เชื่อมระบบเดิมเข้าด้วยกันกลายเป็น Unified Security System ที่ทำงานร่วมกันได้ ทั้งด้าน Safety, Security และ Environment ตามวิสัยทัศน์ “สร้างระบบอัจฉริยะที่ทำให้คนปลอดภัยขึ้น ธุรกิจฉลาดขึ้น และสิ่งแวดล้อมตอบสนองได้มากขึ้น”

การประยุกต์แนวคิด UNDRR ควรทำให้ข้อมูลความเสี่ยงไปถึงผู้ที่มีหน้าที่เตรียมพร้อมและประสานการตอบสนอง แนวทาง Integrated Operation Center (IOC) ที่ต่อยอดเป็น Smart IOC จึงควรเชื่อมข้อมูลส่วนนี้เข้ากับการตรวจสอบและการประสานงานของทีม เพื่อให้การรับรู้เหตุเดินต่อไปสู่การดำเนินการที่เหมาะสม

4) เตรียมพร้อม + Build Back Better – ซ้อมจริง วัดผลได้ และฟื้นฟูให้ดีกว่าเดิม

UNDRR เน้นว่า การเตรียมพร้อม (Preparedness) และการ “Build Back Better” หลังภัยพิบัติเป็นหัวใจของ DRR ระยะยาว

องค์กรสามารถ:

  • ใช้ข้อมูลจากระบบ DRR / ASAP มาวิเคราะห์ว่า
    • จุดไหนเกิด False Alarm บ่อย
    • เหตุจริงใช้เวลากี่นาทีในการตอบสนอง
    • แผนกไหนตอบรับการแจ้งเตือนช้า
  • นำข้อมูลเหล่านี้มาปรับ SOP, แผนอบรม, แผนการลงทุน และการออกแบบพื้นที่ใหม่
  • เมื่อเกิดเหตุใหญ่และต้องฟื้นฟู สามารถใช้ข้อมูลจากระบบเพื่อ “ออกแบบใหม่ให้เสี่ยงน้อยลง” เช่น
    • เปลี่ยนเส้นทางเดินวัสดุไวไฟ
    • ติดเซนเซอร์เพิ่มในจุดบอด
    • ปรับผังเมือง / ผังกำลังผลิตให้สอดคล้องกับ Pattern ความเสี่ยงจริง

ด้วยการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ + มี Dashboard กลาง องค์กรจะสามารถเปลี่ยนจากการทำ DRR แบบ “ใช้ความรู้สึก” เป็น Data-driven Risk Management ที่วัดผลและอธิบายได้


Canal One & ASAP Platform: จากกรอบ UNDRR สู่ระบบปฏิบัติการความปลอดภัยในองค์กร

แนวคิดของ UNDRR และ Sendai Framework พูดถึงนโยบาย กลไก และกรอบการทำงานระดับประเทศ/โลก ในขณะที่ Canal One ทำหน้าที่คือ แปลงแนวคิดเหล่านี้ให้กลายเป็น “ระบบปฏิบัติการ” ที่ใช้งานได้จริงในโรงงาน เมือง และองค์กร

จุดยืนของ Canal One คือ

  • ใช้ เทคโนโลยีขั้นสูง (AI, IoT, Edge AI) เพื่อลด Human Error และเพิ่มความเร็วในการตอบสนองภายใต้แนวคิด Safety, Security & Environment
  • ออกแบบแบบ Human-Centric Design ให้ระบบใช้งานง่าย ทั้งบนจอ IOC, มือถือ, LINE, วิทยุ, และอุปกรณ์แจ้งเตือนอื่นๆ
  • สร้างความแตกต่างด้วย AI Security & Safety, Compliance Monitoring, Unified Security System, Smart Integration และ Green Tech เช่น AI ที่ช่วยตรวจ Compliance, วิเคราะห์ความเสี่ยงล่วงหน้า และลดการใช้พลังงานของระบบกล้องและอุปกรณ์ความปลอดภัย

กล่าวง่ายๆ คือ UNDRR ให้ “กรอบคิดและมาตรฐานโลก”Canal One และ ASAP ให้ “ระบบจริงที่ลงไปทำงานในพื้นที่”

เหมาะกับเมืองอัจฉริยะ โรงงาน สาธารณูปโภคขนาดใหญ่ โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า สนามบิน ท่าเรือ นิคมอุตสาหกรรม และองค์กรที่ต้องการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เทียบเท่าหรือสอดคล้องกับแนวทางสากล

จาก UNDRR สู่การลงมือทำในวันนี้

United Nations Office for Disaster Risk Reduction (UNDRR) คือผู้นำด้านกรอบนโยบายและมาตรฐานการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติของโลก ผ่าน Sendai Framework 2015–2030 และการประสานความร่วมมือกับประเทศต่างๆ กว่า 150 ประเทศ

ในมุมของไทยและอาเซียน ที่กำลังเติบโตเป็นฐานการผลิตและเมืองอุตสาหกรรมสำคัญของโลก แนวคิดของ UNDRR ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือ “คู่มือเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยให้องค์กรสามารถ

  • เข้าใจความเสี่ยงเชิงข้อมูล
  • สร้าง Governance และ Compliance ที่วัดผลได้
  • ลงทุนในเทคโนโลยีป้องกันล่วงหน้า
  • เตรียมพร้อมและฟื้นฟูอย่างชาญฉลาดกว่าที่เคย

และเมื่อแนวคิดระดับโลกมาจับมือกับเทคโนโลยี AI + IoT อย่าง ASAP Platform ของ Canal One องค์กรจะไม่ได้แค่ “ปฏิบัติตามมาตรฐาน” แต่สามารถ ต่อยอดสู่ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ที่ป้องกัน ลดความสูญเสีย และสนับสนุนความยั่งยืนในระยะยาว

หากคุณต้องการยกระดับระบบความปลอดภัยให้สอดคล้องกับแนวทาง DRR ของ UNDRR และต้องการเห็นข้อมูลความเสี่ยงแบบ Real-time บน Dashboard เดียว พร้อม AI ช่วยตรวจจับและแจ้งเตือน เราสามารถออกแบบโซลูชันที่เหมาะกับเมืองหรือองค์กรของคุณได้

แชร์ข่าวสารนี้...

ปรึกษาฟรี โดยผู้เชี่ยวชาญด้าน AI

Custom AI ที่ทำงานร่วมกับ CCTV, IoT และ SOP เดิมของคุณโดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ ติดตั้งง่าย ใช้งานจริง ด้วย ASAP Platform